คุยกับ ซงจุงกิ-คิมแทรี-ชินซอนกยู-ยูแฮจิน ก่อนลุยอวกาศใน Space Sweepers

Movies News

หลายคนคงตั้งตารอที่ได้จะได้ดูภาพยนตร์ระดับบล็อกบัสเตอร์สไตล์ไซไฟเรื่องแรกของเกาหลี Space Sweepers ชนชั้นขยะปฏิวัติจักรวาล ที่จะเข้าฉายบน Netflix โดยนักแสดงนำมากฝีมือนำทีมโดย ซงจุงกิ นักแสดงหนุ่มขวัญใจแฟนชาวไทย ในบทบาทใหม่ชวนติดตาม ร่วมกับนักแสดงชื่อดังจากเกาหลี คิมแทรี ชินซอนกยู และ ยูแฮจิน ที่จะพาเราไปตะลุยนอกอวกาศในบรรยากาศสุดตระการตาและชวนลุ้นระทึก โดยผู้กำกับมากฝีมืออย่าง โจซองฮี ที่เคยฝากผลงาน A Werewolf Boy

โดยวันที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา Netflix ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์ในช่วงเช้า สัมภาษณ์นักแสดง Space Sweepers ถึงเบื้องหลังหนังไซไฟฟอร์มยักษ์ครั้งแรกของเกาหลี และช่วงบ่ายได้มีการจัดกรุ๊ปสัมภาษณ์ของสื่อไทยโดยเฉพาะ โดย Sanook ได้เข้าร่วมสัมภาษณ์พูดคุยกับ 4 นักแสดงนำ ซงจุงกิ คิมแทรี ชินซอนกยู และ ยูแฮจิน ผ่านวิดีโอคอลส่งตรงจากประเทศเกาหลี จะเป็นอย่างไรบ้าง มาติดตามบทสัมภาษณ์นี้กัน ก่อนรับชมทั่วโลกพร้อมกัน 5 กุมภาพันธ์นี้

1. รู้สึกอย่างไรที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโปรเจกต์เป็นภาพยนตร์แนวอวกาศเรื่องแรกของเกาหลี

ชินซอนกยู: รู้สึกภูมิใจที่ได้ปรากฏและร่วมงานในหนังแบบนี้ ยิ่งไปกว่านั้นคือการได้ร่วมทำงานกับผู้กำกับและเหล่านักแสดง เป็นจุดที่ทำให้หนังเรื่องนี้มีความหมายกับผมมากครับ

ยูแฮจิน: เป็นเรื่องแรกของเกาหลีเลย ผมรู้สึกพึงพอใจกับผลงานที่ออกมามาก ดีใจที่ได้ร่วมทำผลงานดีๆ แบบนี้ครับ

คิมแทรี: ไม่ว่าจะเป็นก้าวเล็กหรือใหญ่ แต่ในฐานะที่เป็นเรื่องแรก มันเป็นจุดที่ทำให้ตื่นเต้นมากค่ะ ในฐานะนักแสดงฉันมีความสุขมากที่ได้อยู่ในหนังเรื่องนี้ค่ะ

ซงจุงกิ: คิดว่ารู้สึกคล้ายๆ กันทุกคนเลยครับ รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้ร่วมงานกับภาพยนตร์เรื่องแรก ซึ่งเป็นแนวที่ไม่เคยมีใครลองทำมาก่อนสักครั้ง

2. (ถาม ซงจุงกิ) ได้ร่วมงานกับริชาร์ด อาร์มิเทจ นักแสดงชาวอังกฤษเป็นยังไงบ้าง มีความประทับใจอะไรจะเล่าให้ฟังไหม

ซงจุงกิ: ครั้งแรกที่ได้ยินว่านักแสดงริชาร์ด อาร์มิเทจจะร่วมแสดงด้วยผมรู้สึกตกใจมากเลย เพราะแต่ก่อนผมชอบดูภาพยนตร์เรื่อง The Hobbit มาก รู้สึกดีมากที่นักแสดงจากหนังใหญ่ขนาดนั้นมาร่วมเล่นหนังเกาหลีด้วย พอได้เริ่มถ่ายทำจริง รู้สึกตกหลุมรักคุณริชาร์ดเลย เป็นคนที่เท่ มีความเป็นสุภาพบุรษแบบอังกฤษ มีคาริสม่าเหลือล้น และในฐานะนักแสดงด้วยกัน รู้สึกว่าเป็นคนที่มีความมั่นใจสูง รู้สึกเป็นเกียรติและเป็นการถ่ายทำที่สนุกมากครับ คิดถึงคุณริชาร์ดเลยนะครับเนี่ย

3. (ถาม ซงจุงกิ) ความท้าทายที่สุดของการแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้คืออะไร

ซงจุงกิ: ผมคิดว่าตัวหนังเองคือความท้าทายครับ ไม่นานมานี้สตาฟได้ดูหนังเรื่องนี้และบอกกับผมว่า ระหว่างที่ดูหนัง อยากจะปรบมือให้ตลอดเวลาเลย ด้วยความที่แต่ละคนมีรสนิยมในการดูหนังไม่เหมือนกัน หนังแต่ละเรื่องจึงมีทั้งจุดเด่นและจุดด้อยหลายๆ ด้าน แต่เขาบอกกับผมว่า ‘จุงกิ ระหว่างที่ดูหนังเรื่องนี้ อยากปรบมือให้ตลอดเลย’ ผมรู้สึกขอบคุณมากเลยครับ

4. (ถาม ยูแฮจิน) อยากให้เล่าถึงเบื้องหลังการถ่ายทำที่คุณลืมไม่ลงสักหน่อย เพราะเท่าที่ได้เห็น Space Sweepers สมจริงมากเรื่องซีจีและงานวิชวลเอฟเฟกต์ต่างๆ และในฐานะนักแสดง พอได้ดูผลงานที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่างจากตอนที่ถ่ายทำอย่างไรบ้าง

ยูแฮจิน: นึกเรื่องเล่าเบื้องหลังไม่ออกครับ แต่ในส่วนของความต่างระหว่างตอนถ่ายทำกับหลังถ่ายทำเนี่ย ปกติเวลาถ่ายหนังทั่วไป เราจะมอนิเตอร์เช็คกัน แต่สำหรับผมไม่จำเป็นต้องมอนิเตอร์เลย เพราะว่าเป็นภาพ CG ที่จะออกไปแทนตัวผม ผมเองก็เลยรู้สึกสงสัยเหมือนกันว่าจะออกมาเป็นยังไง พอได้ดูตัวผลงานที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว รู้สึกว่าน่ารักและทำออกมาได้ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นโมชั่นหรือเสียงของผม ทีมงานเอาไปแปลงออกมาได้ดีมาก ผลงานออกมาน่าพึงพอใจกว่าที่ผมคาดไว้ครับ

5. (ถาม ซงจุงกิ-คิมแทรี) ภาพยนตร์เรื่องนี้นำเสนอความล่มสลายของโลก ที่เสื่อมถอยจนมนุษย์ไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ ซึ่งการที่คุณได้มาแสดงเรื่องนี้น่าจะทำให้เล็งเห็นถึงปัญหาต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นคุณอยากให้ข้อคิดอะไรกับผู้ชมบ้างไหม

ซงจุงกิ: ผมรู้สึกว่า Space Sweepers รวมปัญหาของหลายๆ แขนงที่เกิดขึ้นจริงในสถาณการณ์ปัจจุบันครับ ในความเป็นจริงบนอวกาศก็มีขยะลอยไปมาเยอะด้วย เลยเป็นจุดที่ทำให้ผู้กำกับได้เริ่มทำหนังเรื่องนี้ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม หรือ UTS ก็ทำให้ผมนึกถึงปัญหาผู้ลี้ภัย ปัญหาชาติพันธุ์ มีหลายจุดที่คล้ายกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก แม้ในหนังจะเป็นปี 2092 แต่ก็มีส่วนคล้ายกับโลกปัจจุบันมาก ตัวผมรู้สึกแบบนั้นก็เลยคิดว่าผู้ชมน่าจะสัมผัสถึงสิ่งเหล่านี้เช่นกันครับ

คิมแทรี: ถ้าฟังเส้นเรื่องของหนังพวกเราแบบเผินๆ จะรู้สึกว่ามันน่ารักมากค่ะ มนุษย์ไม่สามารถอาศัยอยู่บนโลกได้ ก็เลยออกไปนอกอวกาศ ทำให้เกิดขยะอวกาศและภารโรงอวกาศตามมา ภารโรงอวกาศต่อสู้กันเพื่อหาเงิน เป็นโครงเรื่องที่น่ารักมาก แต่ถ้าเราลองมองลึกลงไป มนุษย์เองเป็นคนที่ทำให้ที่อยู่ของตัวเองสกปรก และเหมือนจะพูดเรื่องของการไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ด้วย คิดว่าเป็นหนังที่พอดูจบอย่างสนุกสนานแล้ว ก็ยังมีจุดที่สามารถนำมาไตร่ตรองต่อได้เยอะค่ะ

6. มีเรื่องเล่าขำๆ จากตอนถ่ายทำบ้างไหม?

ยูแฮจิน: พวกเราพยายามคิดคำตอบของคำถามนี้กันอยู่ครับ มีเรื่องไหนบ้างไหมนะครับ

ชินซอนกยู: สำหรับผมระหว่างถ่ายทำสนุกมาก ได้พูดคุยกันตลอด มีความสุขมาก แต่ที่จำได้แม่นเลยเป็นตอนหลังจากถ่ายทำเสร็จแล้ว ได้ไปแคมปิ้งที่ริมทะเลที่ไม่ค่อยมีคนกับพี่แฮจิน ตอนนั้นสนุกและมีความสุขมากครับ

ยูแฮจิน: เข้าใจคำถามผิดรึเปล่าครับเนี่ย

ซงจุงกิ: ก็นั่นสิครับ

ยูแฮจิน: เขาถามถึงระหว่างถ่ายทำครับ

(ทุกคนหัวเราะ)

7. ก่อนหน้า Space Sweepers มีหนังอวกาศที่เจ๋งๆ มากมาย มีหนังอวกาศเรื่องไหนที่ชอบหรือโปรดเป็นพิเศษ

ชินซอนกยู: ผมชอบ Guardians of the Galaxy ครับ

คิมแทรี: ฉันก็เคยดู Guardians of the Galaxy เหมือนกันค่ะ (หัวเราะ) ชอบ Gravity ค่ะ

ซงจุงกิ: ผมชอบ Contact ของผู้กำกับ Denis Villeneuve ครับ ไม่แน่ใจว่าจะเรียกว่าเป็นหนังอวกาศได้ไหม ผมดูแล้วร้องไห้หนักมาก เป็นหนัง sci-fi เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตนอกโลก สนุกมากเลยครับ

ยูแฮจิน: ผมก็ชอบ Contact เหมือนกันครับ แล้วก็ชอบ Mars ด้วย

8. (ถาม คิมแทรี) ตัวละครกัปตันจาง ดูแตกต่างกับบทก่อนๆ ของคุณมาก ใน Space Sweepers เราจะได้เห็นมุมใหม่ๆ ของคุณอย่างไรบ้าง

คิมแทรี: ใช่ค่ะ ต่างมากเลยใช่ไหมคะ เป็นผลงานที่ท้าทายสำหรับฉันมากเหมือนกันค่ะ ฉันตกหลุมรักตัวบทและพอได้เจอกับผู้กำกับก็เป็นคนที่น่าเชื่อถือมาก เลยได้เริ่มทำผลงานชิ้นนี้ พอได้ลองทำจริง ๆ แล้วยากกว่าที่คิดไว้มากเลยค่ะ ส่วนตัวฉันคิดว่าสาเหตุที่ทำให้ผ่านมาได้ด้วยดีก็คือ ทีม Victory ของพวกเรา นักแสดงทั้งสามท่านคอยช่วยเหลือฉันตลอด เพราะ Covid-19 (ที่นั่งตอนนี้) เลยต้องมีแผ่นใสกั้น ทำให้ดูเหมือนไม่ใกล้ชิดกัน แต่จริง ๆ แล้วบรรยากาศดีมากเลยค่ะ ได้ทำการแสดงในบรรยากาศที่ดีเลยทำให้ผลงานออกมาดีด้วย หวังว่าจะดูหนังกันอย่างสนุกนะคะ

9. (ถาม คิมแทรี) บทกัปตันจางถือว่าเป็นบทนำหญิงเพียงคนเดียวในแก๊ง และยังมีบทบาทในฐานะผู้นำของทีม คุณคิดว่าตัวละครของคุณเป็นผู้นำหญิงแบบไหนและสามารถสร้างแรงบันดาลใจอย่างไรให้กับคนอื่นบ้าง

คิมแทรี: ฉันไม่ได้รู้สึกว่าเพราะเป็นผู้หญิงแล้วต้องพยายามแสดงอะไรออกมาเพิ่มเป็นพิเศษค่ะ แต่รู้สึกว่าเป็นคนเหมือนกัน และเริ่มจากจุดที่ว่าเป็นหนึ่งในครอบครัว Victory ด้วยกัน ฉันไม่ได้รู้สึกว่ากัปตันจางเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำมากมายอะไร แต่ทีม Victory คอยช่วยตามมาอย่างดีมากกว่า ทำให้กัปตันจางเป็นตัวละครที่สามารถมองภาพรวมได้ชัดเจนมากกว่าคนอื่น

10. คิดว่าผู้ชมจะได้อะไรจากหนังเรื่องนี้บ้าง

คิมแทรี: ความสนุกค่ะ! ทุกคนจะได้รับความสนุกไปค่ะ

ซงจุงกิ: น่าจะรู้สึกถึงความสดชื่น เพราะเป็นหนังแอคชั่นที่เต็มไปด้วยความเบิกบานและความสบายใจครับ

ยูแฮจิน: คล้ายๆ กับที่บอกไปเมื่อกี้คือ หลังจากที่รับชมหนังอย่างสนุกสนานแล้ว ก็จะมีประเด็นปัญหาต่างๆ ที่นำกลับไปคิดต่อได้ครับ

ชินซอนกยู: ถ้ารับชมกับครอบครัวน่าจะได้รับความสนุกและความสุขไปครับ หลังจากได้รับความเบิกบาน ความสดชื่น ไป แล้วก็จะรู้สึกว่าอยากดูอีก เป็นหนังที่สนุกถึงขั้นนั้นเลยครับ

11. ฝากอะไรถึงแฟนๆ ชาวไทยหน่อย

ยูแฮจิน: เป็นหนังที่เราตั้งใจและใช้เวลาทำนานมาก การถ่ายทำก็ใช้เวลานาน แต่ในส่วนของ Post-Production ผู้กำกับและฝ่ายเทคนิคก็ทุ่มเทกันมาก ทำออกมาอย่างสนุกและเท่ หวังว่าจะรักหนังของพวกเรากันนะครับ ขอบคุณครับ

ชินซอนกยู: Space Sweepers หนังที่น่าตื่นตาและน่ารักมากกำลังจะเปิดตัวในวันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้แล้วครับ ฝากทุกคนช่วยชมหนังเรื่องนี้กันด้วย หวังว่าทุกคนจะได้รับความสนุกและความสุขไปครับ

คิมแทรี: ฉันเคยอยู่ประเทศไทยประมาณ 1 เดือน เลยเป็นสถานที่ที่มีความหมายสำหรับฉันมากค่ะ รู้สึกดีใจที่หนังของเราจะได้ไปพบกับทุกคนผ่านทาง Netflix คิดว่าเป็นหนังที่เหมาะกับการรับชมพร้อมกับครอบครัวมากค่ะ หวังว่าทุกคนจะชมหนังเรื่องนี้อยากสนุกกันค่ะ

ซงจุงกิ: เวลาผมได้พักทีไร ก็อยากจะไปกรุงเทพฯ เสมอเลย เป็นสถานที่ๆ ผมชอบมากครับ แต่ด้วยสถานการณ์ทั่วโลกตอนนี้ทำให้ไปไม่ได้ รู้สึกเสียดายมาก ผมรู้สึกผิดด้วยซ้ำที่จะถามว่าทุกคนสบายดีไหม เพราะสถานการณ์ตอนนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ไม่แน่ใจว่าที่ไทยเป็นยังไงบ้าง อยากให้ทุกคนรักษาสุขภาพ และหวังว่าหนังเรื่องนี้จะเป็นความสุขเล็กๆ ให้กับทุกคนในช่วงเวลาที่ยากลำบากแบบนี้ ถึงแม้จะแค่ 2 ชั่วโมงก็ตามครับ ขอบคุณครับ