อังกฤษยกเลิกกักตัว “นักท่องเที่ยวอเมริกัน-ยุโรป” ที่ฉีดวัคซันครบโดสเข้าประเทศ ส่วน FDA สั่งยืดวันหมดอายุวัคซีนจอห์นสันออกไป 6 เดือน

travel new

นักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนครบโดสจากทั้งสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปจะสามารถเดินทางเข้าสู่อังกฤษได้โดยที่ไม่ต้องมีการกักตัว 10 วัน จะเริ่มใช้ในสัปดาห์หน้า เล็งกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแดนผู้ดี ขณะเดียวกัน องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ FDA ยืดเวลาหมดอายุวัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสันออกไปอีก 6 เดือนหากถูกเก็บอย่างถูกต้อง ถือเป็นการสั่งยืดอายุครั้งที่ 2 ของ FDA

เอพีรายงานเมื่อวานนี้ (29 ก.ค.) ว่า รัฐบาลอังกฤษออกแถลงการณ์วันพุธ (29) ว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติจากสหรัฐฯ ที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบ 2 โดสของวัคซีนที่ได้รับอนุญาตจากองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ FDA หรือชาวยุโรปที่ได้รับวัคซีนครบถ้วนที่ผ่านการรับรองจากองค์การยายุโรป EMA (European Medicines Agency) ซึ่งเป็นผู้กำกับยาของสหภาพยุโรปและอีกไม่กี่ประเทศตั้งแต่สัปดาห์หน้าจะสามารถเดินทางเข้าอังกฤษได้โดยไม่ต้องกักตัวเป็นเวลา 10 วัน แต่ใช้การตรวจหาโควิดก่อนการเดินทางและหลังจากเดินทางมาถึงแทน

ทั้งนี้ พบว่ากฎใหม่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 16.00 น.ตามเวลาอังกฤษในวันจันทร์ (2)

นอกจากนี้ ยังพบว่าสกอตแลนด์ที่มีแนวทางนโยบายสาธารณสุขเป็นของตัวเองได้ทำการตัดสินใจที่คล้ายกันโดยกล่าวว่าจะเริ่มใช้กฎใหม่ แต่ทว่าไอร์แลนด์เหนือยังไม่ได้มีประกาศอะไรออกมา

เอพีชี้ว่าปัจจุบันมีเพียงประชาชนที่ได้รับการแจกวัคซีนในอังกฤษเท่านั้นที่ไม่ต้องเข้ารับการกักตัว 10 วันเมื่อเดินทางมาจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของยุโรปหรือจากอเมริกาเหนือ

แต่อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นสำหรับกฎใหม่เว้นไว้แต่นักท่องเที่ยวจากฝรั่งเศสที่ในเวลานี้มีการระบาดจากไวรัสสายพันธุ์เบตามากขึ้นยังคงต้องทำการกักตัว 10 วันเมื่อเดินทางมาถึง

หลังข่าวการยกเลิกการกักตัวนักท่องเที่ยวอเมริกันและจากชาติสมาชิก EU พบว่า จอห์น ฮอลแลนด์-เคย์ (John Holland-Kaye) ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนานาชาติฮีทโธรว์ออกมาระบุว่า “รัฐบาลอังกฤษตัดสินใจอย่างถูกต้องแล้ว” และบริษัทสายการบินบริติช แอร์เวย์ส ออกมาแสดงความยินดีต่อการเปลี่ยนแปลงแต่ยังเตือนว่า โดยเร่งให้ลอนดอนเดินหน้าผ่อนคลายข้อจำกัดต่อนักท่องเที่ยวชาติอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น

และแคลร์ วอล์กเกอร์ (Claire Walker) ซีอีโอหอการค้าอังกฤษชี้ว่า “การฟื้นตัวในระยะยาวของระบบเศรษฐกิจทั้งหมดของพวกเราจำเป็นต้องพึ่งต่อการกลับมาเปิดประเทศสหราชอาณาจักรอังกฤษใหม่อีกครั้งต่อการไหลเข้า 2 ทางของทั้งผู้คนและการค้า”

แต่อย่างไรก็ตาม พบว่า ในเวลาเดียวกันมีประเทศบางส่วนจากยุโรป รวมอิตาลี ยังคงกำหนดให้นักท่องเที่ยวจากอังกฤษต้องทำการกักตัวเมื่อเดินทางมาถึง ส่วนสหรัฐฯ ไม่ได้ประกาศเปลี่ยนแปลงต่อข้อกำหนดการเดินทางเข้าประเทศของพลเมืองอังกฤษในทันทีตามหลังการประกาศการยกเลิกของลอนดอนซึ่งสร้างความผิดหวังให้กับทางอังกฤษ อ้างอิงจากหนังสือพิมพ์เดลีเทเลกราฟฉบับวันพุธ (28)

ซึ่งภายในอเมริกาเวลานี้ผู้คนยังคงถกเถียงต่อปัญหาการต้องกลับมาสวมหน้ากากอนามัยอีกครั้ง แต่ล่าสุดองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ FDA ได้สั่งยืดอายุวัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสันออกไปอีก 6 เดือน โดยชี้ว่า วัคซีนยังคงมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพหากว่าวัคซีนถูกเก็บในตู้แช่เย็นที่มีอุณหภูมิเหมาะสมตามกำหนด และยังเป็นครั้งที่ 2 ที่ทาง FDA สั่งขยายวันหมดอายุวัคซีนออกไปนับตั้งแต่เมื่อเดือนมิถุนายน โดยในเวลานั้น FDA ระบุว่า วัคซีนสามารถยังคงใช้ได้ถึงแม้จะเลยวันหมดอายุไปถึง 4 เดือนครึ่งแล้วก็ตาม เปรียบเทียบกับเมื่อครั้งที่ทาง FDA อนุมัติให้ใช้ฉุกเฉินทางสำนักงานกล่าวว่า วัคซีนสามารถเก็บได้นานถึง 3 เดือนที่ระดับความเย็นของตู้เย็นปกติ

บริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสันก่อนหน้าเคยประกาศว่า จะทำการทดลองเพิ่มเติมเพื่อสามารถยืดอายุการเก็บวัคซีนให้นานขึ้น ซึ่งวัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสันจากที่เคยเป็นวัคซีนที่น่าจับตาแต่กลับประสบปัญหากับผลข้างเคียงสำคัญที่ทำให้มีหลายประเทศในยุโรปยกเลิกการแจกให้ประชาชน รวมถึงผลการวิจัยยังบ่งชี้ว่า วัคซีนโดสเดียวของจอห์นสันแอนด์จอห์นสันมีประสิทธิภาพต่ำในการป้องกันไวรัสเดลตาที่กำลังระบาดอย่างหนักทั่วโลก